สาระความรู้เกี่ยวกับสินเชื่อเงินสดที่ใครหลายคนยังคงสับสนอยู่

2017/02/27 10:54 AM

207

ปัจจุบันสถาบันการเงินหรือธนาคารมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินเกี่ยวกับสินเชื่อที่ให้บริการแก่ลูกค้าหลากหลายประเภทมากเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จนบางครั้งอาจทำให้เราสับสนกับสินเชื่อประเภทต่าง ๆ ที่มีมากมาย วัตถุประสงค์ที่สถาบันการเงินหรือธนาคารแบ่งประเภทของสินเชื่อออกเป็นหลายประเภท ก็เพื่อให้ลูกค้าเลือกใช้ได้เหมาะสมและตรงกับวัตถุประสงค์ของลูกค้ามากที่สุด

สินเชื่อที่เราได้ยินโดยทั่ว ๆ ไป ได้แก่ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ สินเชื่อเพื่อการศึกษา สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อเงินสด เป็นต้น สินเชื่อเงินสดแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ สินเชื่อเงินสดที่อยู่ในรูปของบัตรกดเงินสดและสินเชื่อเงินสดประเภทส่วนบุคคล โดยทั้งสองประเภทนี้มีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ เป็นเงินสำรองให้กับลูกค้าที่ต้องการใช้เงินยามฉุกเฉิน แต่เนื่องจากสินเชื่อเงินสดมีการคิดอัตราดอกเบี้ยสูง หากมีเงินต้องรีบชำระหนี้ทันทีเพื่อไม่ให้ดอกเบี้ยเป็นภาระกับเรามากเกินไปจนทำให้เกิดปัญหาทางการเงินขึ้นภายหลัง

สินเชื่อเงินสดประเภทบัตรกดเงินสดเป็นบัตรที่ออกโดยสถาบันการเงินหรือธนาคารให้แก่ผู้สมัคร ผู้สมัครจึงต้องมีคุณสมบัติตามที่สถาบันการเงินกำหนดไว้ เช่น มีเงินเดือนขั้นต่ำที่ 8,000 – 15,000 บาท มีอายุการทำงานไม่น้อยกว่า 3-6 เดือน มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป การสมัครสินเชื่อเงินสดประเภทนี้ ผู้สมัครไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ไม่ต้องมีหลักประกัน และไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อกำหนดของแต่ละสถาบันการเงิน เมื่อสมัครสินเชื่อเงินสดประเภทนี้เรียบร้อยแล้ว ผู้ถือบัตรสามารถกดเงินสดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนอัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดจะเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงที่สุด คือ 28% ต่อปี

อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อเงินสดประเภทบัตรกดเงินสดจะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิต ซึ่งอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 20% ต่อปี แต่การกดเงินสดออกมาใช้จากบัตรเครดิตจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการกดทุกครั้ง ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3-5% เนื่องจากบัตรกดเงินสดมีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก และมีการคำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวัน คือ นับตั้งแต่วันแรกที่เรากดเงินสดออกมาใช้จนกระทั่งถึงวันที่เราทำการชำระเงิน ดังนั้น ก่อนกดเงินสดจากบัตรกดเงินสดออกมาใช้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเสียก่อนและต้องจำเป็นจริง ๆ เป็นเหตุฉุกเฉินหรือเป็นเหตุไม่คาดฝันไม่ควรกดออกมาเพื่อซื้อสินค้าหรือใช้หนี้บัตรเครดิต เพราะนอกจากจะทำให้เราไม่มีวินัยทางการเงินแล้ว เราอาจมีปัญหาทางการเงินดอกเบี้ยทบต้นทบดอก จนเราไม่สามารถชำระเงินได้และที่สำคัญเมื่อเรามีเงินแล้ว เราต้องรีบชำระหนี้ที่เรากดออกมาจากบัตรกดเงินสดทันที

เมื่อเราชำระหนี้จากการกดบัตรกดเงินสดเรียบร้อยแล้ว ดอกเบี้ยจะหยุดคิดทันที บัตรกดเงินสดยังคงใช้ได้ตลอดไปเพื่อเป็นเงินสดสำรองหมุนเวียนต่อไปได้โดยเราทำการสมัครเพียงครั้งเดียว เราสามารถใช้บัตรกดเงินสดได้ตลอดไป ผู้ถือบัตรกดเงินสดจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมไม่ว่าจะกดเงินสดจากตู้หรือตู้เอทีเอ็มของสถาบันการเงินไหนก็ตาม บางธนาคารให้กดเงินสดได้จากตู้ของธนาคารที่ออกบัตรกดเงินสดเท่านั้น บางธนาคารกดได้จากตู้เอทีเอ็มทุกตู้ของทุกธนาคารและที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศไทย บางธนาคารสามารถให้ลูกค้ากดเงินสดได้จากตู้ที่มีเครื่องหมายของกลุ่ม Pool ทั่วโลก

สำหรับวงเงินที่ทางสถาบันการเงินอนุมัติให้สำหรับผู้สมัครบัตรกดเงินสดโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 2-5 เท่าของรายได้ อย่างไรก็ตามสินเชื่อเงินสดประเภทบัตรกดเงินสดเป็นสินเชื่อที่มีวงเงินไม่สูงมากนัก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เงินสดแบบด่วนและมีการชำระคืนอย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ที่ต้องการใช้วงเงินสดที่สูงมากกว่าและมีระยะเวลาในการชำระเงินนานขึ้น ควรใช้บริการสินเชื่อเงินสดประเภทที่สอง คือ สินเชื่อเงินสดประเภทส่วนบุคคล

สินเชื่อเงินสดประเภทส่วนบุคคล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินสดเป็นก้อนใหญ่และมีระยะเวลาการชำระเงินคืนนานขึ้น เช่น 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน หรือมากกว่า 12 เดือน สินเชื่อเงินสดประเภทนี้จะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าสินเชื่อเงินสดประเภทบัตรกดเงินสด ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับวงเงินที่ขอผู้ขอสินเชื่อเงินสดประเภทนี้ สามารถขอสินเชื่อโดยพิจารณาจากรายได้ของตนเอง เพื่อที่จะสามารถผ่อนชำระคืนให้กับธนาคารได้ ธนาคารจะโอนเงินตามจำนวนที่ขอเข้าไปในบัญชีของผู้ขอสินเชื่อ สินเชื่อเงินสดประเภทนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการนำเงินไปลงทุนทางธุรกิจและมีรายได้หรือกำไรมากกว่าดอกเบี้ยที่ต้องชำระคืนให้กับธนาคาร

การขอสินเชื่อเงินสดประเภทส่วนบุคคล ผู้ขอสินเชื่อควรศึกษาเงื่อนไขและข้อกำหนดของแต่ละสถาบันการเงินให้ดีก่อน เนื่องจากสถาบันการเงินแต่ละแห่งมีการเสนอวงเงินสินเชื่อหรืออัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน นอกจากนี้เราไม่ควรนำเงินจากสินเชื่อเงินสดทั้งสองประเภทไปใช้เพื่อซื้อของ ใช้โดยไม่มีเหตุจำเป็นหรือใช้หนี้บัตรเครดิต เราควรใช้เงินจากสินเชื่อเงินสดเพื่อการลงทุนเพื่อให้เกิดดอกออกผลให้มากกว่าที่เราต้องเสียดอกเบี้ยให้กับสถาบันการเงิน ถึงจะเรียกว่าคุ้มค่าที่สุด

เมื่อถึงกำหนดที่จะต้องชำระเงินหรือหากเรามีเงินชำระหนี้โดยที่ยังไม่ถึงกำหนดก็ตาม เราควรรีบชำระหนี้ทันทีจะทำให้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อเงินสดลดลงและไม่เป็นภาระแก่เราในอนาคต และหากเรามีปัญหาเรื่องการชำระหนี้ควรติดต่อสถาบันการเงิน อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปจนดอกเบี้ยทบต้นทบดอกจนเราไม่สามารถชำระหนี้ได้ การปรึกษากับสถาบันการเงินจะได้ช่วยกันหาทางแก้ไข เพื่อหาทางออกให้กับปัญหาและสามารถผ่านปัญหาไปได้ด้วยดี

บัตรกดเงินสด

  • Ready CreditCITIBANK

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    24-28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • ProudKTC

    รายได้ต่อเดือน
    12,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • Flash PlusThanachart

    รายได้ต่อเดือน
    20,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี

บัตรเครดิต

  • Citi RewardsCITIBANK

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • KTC Visa PlatinumKTC

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • Thanachart LIVE MasterCard PlatinumThanachart

    รายได้ต่อเดือน
    30,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี มีเงื่อนไข
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่เข้าร่วมโปรแกรมคะแนนสะสม
  • *
  • *
  • *
  • *
  • บัตรกดเงินสด : KTC PROUD คว้าทุกความต้องการในบัตรเดียว
  • *

กลับสู่ด้านบน