การไม่มีหนี้เงินกู้เป็นลาภอันประเสริฐ

2017/02/24 17:07 PM

1.59K

ถามจริงว่าใครอยากเป็นหนี้บ้าง คิดว่าคำตอบคงจะไม่มีอย่างแน่นอน แต่ถึงคำตอบจะไม่อยากเป็นหนี้ แต่ในความเป็นจริงคนเมื่อไม่มีการวางแผนการใช้เงินให้ดีไม่มีวินัยในการใช้จ่าย ไม่สามารถบริหารให้รายได้เพียงพอกับรายจ่ายได้ ก็คงต้องหนีไม่พ้นที่จะต้องเป็นหนี้กันในที่สุด หนี้หรือเงินกู้ที่ปัจจุบันสร้างปัญหาให้กับคนส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของหนี้บัตรเครดิตที่ตอนแรกที่ใช้สะดวกดี ใช้ไปใช้มาไม่ได้เห็นตัวเงินที่จ่ายออกไปก็เพลิดเพลิน กว่าจะรู้ตัวก็เป็นหนี้เงินกู้เป็นหลักแสนบาทจ่ายกันไม่ไหวแล้ว

อย่างที่เห็นตัวอย่างกันออกบ่อยก็การใช้บัตรเครดิตจนเต็มวงเงิน พูดถึงการใช้บัตรเครดิตจนเต็มวงเงินที่ถือว่าเยอะนะ เพราะวงเงินของบัตรเครดิตที่ให้สูงถึง 2 เท่าของเงินเดือน คิดดูว่าเราเป็นหนี้เงินกู้เป็นยอดเงินเท่ากับรายได้ของเราสองเดือน รายได้หักค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในแต่ละเดือนนำมาชำระคืน กี่เดือนถึงจะหมดหรืออยากได้ของมาใช้ก่อน แต่ยังไม่มีเงิน เห็นมีโปรดี ก็ใช้บัตรเครดิตไปผ่อน 0% ถึงเวลากลับไม่มีเงินพอที่จะไปผ่อนคืนรายเดือน กลายเป็นหนี้เงินกู้ที่จ่ายไม่ไหวอีกเช่นกัน

ประสบการณ์การเป็นหนี้เงินกู้บัตรเครดิตท่วมตัวมีให้กันอยู่บ่อย ๆ อย่างรายหนึ่งที่เป็นหนี้บัตรเครดิตมากกว่า 5 ใบ แต่ละใบใช้เต็มวงเงินเพราะเป็นช่วงสร้างฐานะจึงทำบัตรเครดิตหลายใบมาเพื่อใช้ แต่อย่างที่ว่าความสะดวกสบายทำให้เราเกิดความเพลิดเพลินจนลืมตัว หนี้บัตรเครดิตกลายเป็นหลักแสน กว่าจะรู้ตัวก็เริ่มมีปัญหาชำระเงินกู้ของบัตรเครดิตไม่ไหว พอไม่ไหวก็สมัครบัตรเพิ่ม กดเงินสดมาจ่ายบัตรโน้นบัตรนี้ โปะกันไป โปะกันมา ใช้เท่าไหร่ทำไมไม่หมดเสียที กลายเป็นเริ่มจ่ายคืนช้าจนถึงขั้นไม่สามารถจ่ายคืนได้ในที่สุด
พอเป็นหนี้เงินกู้บัตรถึงขั้นนี้ก็เหมือนฝันร้าย เริ่มเครียด เริ่มมีการทวงหนี้ทั้งโทรศัพท์และจดหมายส่งมาถึงที่บ้าน ก็ทำให้ยิ่งเครียดกันไปใหญ่ ทางออกก็คือไปปรึกษาเพื่อน เพื่อนแนะนำให้จดยอดหนี้ของทุกบัตรออกมาให้หมดจะได้เห็นชัดเจนว่าหนี้ทั้งหมดมีอยู่เท่าไหร่และจะจัดการกับมันอย่างไร หากต้องการหลุดพ้นจากการเป็นหนี้เงินกู้นี้ให้ได้ ก็ต้องหยุดการก่อหนี้เพิ่มและต้องพยายามลดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุดด้วยการตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก รวมถึงหารายได้เพิ่มด้วยการหางานใหม่ที่ให้เงินเดือนที่สูงขึ้น โดยตั้งเป้าหมายการออมเงินให้ได้มากที่สุดเพื่อเก็บเงินก้อนสำหรับจ่ายหนี้ทั้งหมด

หลังจากทำแบบนี้ได้ระยะหนึ่งจนมีเงินเก็บพอสมควรก็เดินทางไปเจรจาเพื่อขอประนอมหนี้กับทางธนาคารขอลดยอดหนี้ลง ธนาคารส่วนใหญ่อยากได้เงินคืนอยู่แล้วก็ยินดีประนอมหนี้ให้ ด้วยวิธีแบบนี้ทำให้สุดท้ายสามารถจัดการกับหนี้เงินกู้ก้อนโตได้ในที่สุด แม้จะต้องใช้เวลาหลายปีก็ตาม

คนที่มีประสบการณ์ในการเป็นหนี้เงินกู้มาก่อนจะรู้ดีที่สุด ว่าหนี้นั้นน่ากลัวขนาดไหนหากเราใช้มันไม่ถูกวิธี สามารถสร้างความเครียดและทำลายชีวิตของเราได้เลย เป็นเหมือนฝันร้าย ดังนั้น การไม่มีหนี้ถือเป็นลาภอันประเสริฐ แต่หากจำเป็นต้องเป็นหนี้เงินกู้อย่างหนี้บัตรเครดิตแล้ว ก็ควรตั้งสติให้ดี ค่อย ๆ หาวิธีชำระหนี้คืนเหมือนกับคนที่เคยทำสำเร็จมาก่อน สามารถตื่นจากฝันร้ายได้เช่นตัวอย่างด้านบน

บัตรกดเงินสด

  • ซิตี้ เรดดี้เครดิต (Citi Ready Credit)Citi Ready Credit

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    24-28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • เคทีซี พราวด์ (KTC PROUD)KTC

    รายได้ต่อเดือน
    12,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • ธนชาต แฟลชพลัส (Thanachart FLASH Plus)Thanachart

    รายได้ต่อเดือน
    20,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี

บัตรเครดิต

  • ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม (Citi Cashback Platinum)Citi Cashback Platinum

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • ซิตี้ รีวอร์ด (Citi Rewards)Citi Rewards

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • KTC Visa PlatinumKTC

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • Citibank Loan
  • Citi Ready Credit
  • Citibank Credit Card
  • Thanachart Cash Card
  • Thanachart Credit Card
  • KTC Proud
  • KTC Credit Card
  • TMB Cash Card
  • TMB Credit Card
  • TMB Loan

กลับสู่ด้านบน