ความน่าสนใจของการทำบัตรกดเงินสดในแต่ละสถาบันการเงิน

2017/02/27 13:32 PM

1.72K

ในยุคที่เศรษฐกิจหลาย ๆ ด้านออกจะค่อนข้างฝืดเคืองจนทำให้มีผลกระทบต่อปัญหาการเงินในทุกส่วนของสังคม ไม่ว่าจะพ่อค้า แม่ขาย ธุรกิจบริการ นำเที่ยว ห้างร้านต่าง ๆ ก็ได้รับผลกระทบกันหมดเรื่อยมาและที่ดูเหมือนว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดเห็นจะหนีไม่ผลพนักงาน ลูกจ้าง ทั้งหลายที่มีฐานเงินเดือนอยู่ในหลักหมื่นต้น ๆ หรือแม้แต่อาชีพอิสระต่าง ๆ เช่นกัน ที่ต้องเจอกับผิดของเศรษฐกิจข้าวของแพง ภาระที่ต้องจ่ายเฉพาะส่วนตัวก็เยอะอยู่แล้ว ไหนจะมีภาระครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบอีก รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จิปาถะด้วย จึงไม่แปลกที่จะเผชิญกับสภาวะเงินหมุนไม่ทันจนมองหาทางออกไปยังบัตรกดเงินสด

เพราะทุก ๆ คนล้วนมีความจำเป็นและเหตุผลในการต้องใช้เงินอย่างเร่งรีบและกะทันหันไม่เหมือนกัน เมื่อเกิดปัญหาภาวะเงินไม่พอใช่ต่อการใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายเช่นนี้ ทางออกที่เราทุกคนมองหาคือช่องทางของการหารเงินเพิ่ม บางคนอาจจะรับงานพิเศษเพิ่มเติมนอกเหนือจากงานประจำที่ทำอยู่ แต่ก็นั่นแหละแค่คำว่าเงินที่ต้องใช้อย่างกะทันหัน มันก็ต้องการได้อย่างเร็วด่วนที่สุดถึงจะตรงประเด็น การหยิบยืมจึงเป็นหนทางที่ถูกนำมาใช้มากที่สุด แต่ครั้นจะยืมญาติสนิทมิตรสหายก็ยากเหลือเกินบางทีอาจจะทำตัวไม่ถูก ระบบของสินเชื่อเงินสดจึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทำการตอบสนองความต้องการในส่วนนี้ของคนในปัจจุบัน ถามว่ามันเกี่ยวข้องกับบัตรกดเงินสดอย่างไร ? คำตอบก็คือ…

ในระบบของสินเชื่อการขอเงินสดนั้นจะมีอยู่หลายประเภท หลัก ๆ ที่คุ้นหูก็สินเชื่อการขอเงินสดประเภทส่วนบุคคล ที่เมื่อทำการขอตามขั้นตอนและผ่านเงื่อนไขที่ระบุไว้แล้ว ทางสถาบันการเงินจะโอนเงินก้อนจำนวนหนึ่งเข้าบัญชีของเรามีการคิดดอกเบี้ยทันทีที่โอนเข้า แต่สามารถเลือกกำหนดการผ่อนชำระได้เป็นงวด ๆ และอีกหนึ่งประเภทที่คุ้นหู นั่นคือ สินเชื่อการขอเงินสดประเภทบัตรกดเงินสดที่เมื่อทำการขอตามขั้นตอนและผ่านการอนุมัติแล้ว เราก็จะได้รับบัตรที่ไว้ใช้สำหรับกดเงิน โดยมีจำนวนเงินที่สามารถกดได้ในวงเงินอัตราไม่เกินที่ทางสถาบันการเงินได้คำนวณไว้แล้วจากฐานเงินเดือนของเรา อัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าประเภทส่วนบุคคล แต่จะเริ่มคิดดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อเราเริ่มกดมาใช้และจะคิดไปเรื่อย ๆ จนกว่าเราจะใช้คืน พูดง่าย ๆ ก็คือ ประเภทบัตรสามารถกดเงินมาใช้ได้ตลอดเวลาและทันทีกว่ามีบัตรแล้วเมื่อจำเป็นจริง ๆ ถึงใช้ก็ได้ เพราะยังไม่เริ่มคิดดอกเบี้ย แต่อัตราดอกเบี้ยก็สูง ส่วนประเภทบุคคลน่าจะเหมาะกับประเภทของกิจการธุรกิจต่าง ๆ ที่ต้องการเงินไปขับเคลื่อนธุรกิจและพร้อมจะเสียดอกเบี้ยเลยมากกว่า ฉะนั้นประเภทของสินเชื่อบัตรกดเงินสดจึงเหมาะกับบุคคลทั่วไปอย่างเรา ๆ ที่ต้องการเงินสำรองไว้ใช้ในบางส่วนยามเกิดปัญหาฉุกเฉินที่ไม่ได้คาดคิด แล้วตอนนี้ในแต่ละสถาบันการเงินมีที่ไหนบ้างที่น่าสนใจ ? เราขอยกตัวอย่างดังนี้เลย!

•Krungsri First Choice มีวงเงินให้สูงสุดถึง 5 เท่าของรายได้ อนุมัติบัตรกดเงินสดให้ไวทันใจภายใน 30 นาทีเท่านั้น รายได้ขั้นต่ำที่จะทำการอนุมัติสำหรับแบบพนักงานประจำ ฐานเงินเดือนขั้นต่ำต้องอยู่ระหว่าง 10,000 – 14,999 บาท และสำหรับประเภทเจ้าของกิจการ เงินเดือนที่จะต้องมีการหมุนเวียนอยู่ต่อเดือนอยู่ที่ 54,000 – 99,999 บาท อัตราดอกเบี้ยต่อปีสูงสุดไม่เกิน 28% (ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินต่อปีไม่เกิน 13% และค่าดอกเบี้ยต่อปีไม่เกิน 15%) รับเงินได้ทั้งการรูดบัตรหรือคลิกสั่งทางออนไลน์ที่ Click4Cash สามารถสมัครได้ทั่วประเทศที่สาขาหรือที่เคาท์เตอร์ของกรุงศรีเฟิร์สช้อย

•Umay+ สามารถมีให้เลือก 2 แบบ คือ บัตรกดเงินสดยูเมะ พลัส สำหรับพนักงานที่มีฐานเงินเดือนตั้งแต่ 7,000 บาท ขึ้นไป และแบบ พลัส พรีเมียร์ สำหรับพนักงานประจำที่มีฐานเงินเดือนตั้งแต่ 20,000 บาท ขึ้นไป ในแบบแรกนั้นรวมค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินและอัตราดอกเบี้ยแล้วต่อปีไม่เกิน 28% ส่วนในแบบที่สองค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินและอัตราดอกเบี้ยต่อปีต่ำสุดถึง 19.8% เมื่อสมัครจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตอนแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีไปตลอดชีพ สามารถกดเงินจากตู้อีซี่ บาย ได้ที่ธนาคารธนชาต , กรุงศรีฯ . กสิกรไทย . กรุงเทพ , กรุงไทย ใช้ในรูปแบบของเงินสดหรือแบบใช้ผ่อนสินค้าก็ได้

•KTC PROUD เป็นบัตรกดเงินสดจากกรุงไทย สามารถอนุมัติวงเงินเริ่มต้นที่ 10,000 บาท และได้สูงสุดถึง 5 เท่าของฐานรายได้ต่อเดือน เมื่อใช้จะมีคะแนนสะสมแบบ Forever Rewards ที่สามารถนำไปใช้แทนค่างวดหรือดอกเบี้ยได้ รวมถึงใช้ในการแลกสินค้าหรือบริการต่างๆภายใต้บัตร ไม่มีค่าธรรมเนียมเมื่อแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปี รวมถึงค่าธรรมทุกครั้งที่เบิกถอน สามารถกดเงินได้ที่ตู้เอทีเอ็มทั่วประเทศ สำหรับแบบพนักงานประจำต้องมีฐานเงินเดือนอย่างน้อยอยู่ที่ 10,000 บาท และสำหรับแบบเจ้าของกิจการจะต้องมีเงินหมุนเวียนอย่างน้อย 300,000 บาท อัตราดอกเบี้ยต่อปีสูงสุดไม่เกิน 28% (ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินต่อปีไม่เกิน 13% และค่าดอกเบี้ยต่อปีไม่เกิน 15%)

บัตรกดเงินสดที่มาในรูปแบบของระบบสินเชื่อเงินสดนั้น พูดกันตามตรงมันก็คือการกู้ยืมเงินดี ๆ นี่เอง เพียงแต่เป็นการกู้ยืมที่ไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือบุคคลในการค้ำประกัน โดยผ่านสถาบันการเงินข้อดีที่เห็นได้ชัด คือ เราจะมีแหล่งเงินสำรองไว้อยู่ในมือ เมื่อยามฉุกเฉินและเกิดความจำเป็นที่ต้องใช้เงินไม่ว่าจะเหตุใดก็ตาม ที่สำคัญเมื่อทำบัตรแล้วไม่ต้องกังวลเรื่องการคิดดอกเบี้ยในทันที เพราะจะเริ่มคิดดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อคุณเริ่มกดเท่านั้น แต่ข้อเสียก็อย่างที่บอกว่าอัตราดอกเบี้ยนั้นสูงมากเช่นกัน ฉะนั้น หากจำเป็นต้องใช้เงินประเภทนี้ควรคิดใตร่ตรองให้ดีถึงความจำเป็นและที่สำคัญควรคำนวณการระยะเวลาใช้วงเงินและการชำระคืนให้ดีอย่าใช้เพลินจนเกินพอดี

บัตรกดเงินสด

  • ซิตี้ เรดดี้เครดิต (Citi Ready Credit)Citi Ready Credit

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    24-28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • เคทีซี พราวด์ (KTC PROUD)KTC

    รายได้ต่อเดือน
    12,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • ธนชาต แฟลชพลัส (Thanachart FLASH Plus)Thanachart

    รายได้ต่อเดือน
    20,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี

บัตรเครดิต

  • ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม (Citi Cashback Platinum)Citi Cashback Platinum

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • ซิตี้ รีวอร์ด (Citi Rewards)Citi Rewards

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • KTC Visa PlatinumKTC

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • Citibank Loan
  • Citi Ready Credit
  • Citibank Credit Card
  • Thanachart Cash Card
  • Thanachart Credit Card
  • KTC Proud
  • KTC Credit Card
  • TMB Cash Card
  • TMB Credit Card
  • TMB Loan

กลับสู่ด้านบน