ทำอย่างไรดี เมื่อโดนทวงหนี้เงินกู้มหาโหด

2017/02/27 11:04 AM

1.78K

การไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ คำกล่าวนี้ ดูจะเป็นความจริงอันประเสริฐอย่างเหลือหลาย

แต่เมื่อเรามาดูสังคมไทยในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า การเป็นหนี้ กลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ไปแล้ว เนื่องจากค่าครองชีพของคนในสังคมที่พุ่งสูงขึ้นทุกวัน ๆ ในขณะที่ค่าเงินบาท กลับลดค่าลงอย่างน่าใจหาย จนทำให้ชนชั้นรากหญ้าหลาย ๆ คน ไม่อาจจะหาเงินเพื่อนำมาใช้ดำรงชีวิตได้เร็วพอ สุดท้ายก็จบลงตรงที่การกู้หนี้ยืมสินใช้บริการเงินกู้

แหล่งทุนเงินกู้ในปัจจุบัน สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ แหล่งเงินกู้ในระบบ เช่น สินเชื่อเงินสด บัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรกดเงินสดและการกู้ยืมกับสถาบันทางการเงินรูปแบบอื่น ๆ พวกแหล่งเงินกู้ในระบบเหล่านี้ โดยมากมักจะไม่สร้างปัญหาให้กับลูกหนี้เท่าใดนัก มีแค่กระบวนการกู้ยืมที่ยากลำบาก เนื่องจากผู้กู้ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น นอกนั้น ลูกหนี้จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย แต่ถ้าเกิดการเบี้ยวการชำระขึ้น สิ่งที่จะลงดาบ ก็คือ กฎหมายนั่นแหละกับอีกประเภทหนึ่ง คือ แหล่งเงินกู้นอกระบบ เช่น พวกเงินด่วนทั้งหลายที่ติดอยู่ตามกำแพง เสาไฟฟ้า กระบวนการกู้เงินนอกระบบนี้ เรียกได้ว่าไม่ยุ่งยากเท่าใดนัก ไม่มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้กู้ ขอแค่มีบัตรประชาชนและเข้าไปเซ็นสัญญาเงินกู้ ก็สามารถนำเงินไปใช้ได้แล้ว แต่ปัญหาที่จะตามมา นับว่ามีมากมายหลายอย่าง ทั้งดอกเบี้ยที่แพงมหาโหด การเร่งรัดหนี้สินโดยไร้เหตุผลและปัญหาใหญ่อีกอย่างหนึ่งที่จะกล่าวถึงในบทความนี้ ก็คือ การทวงหนี้อย่างไร้มนุษยธรรม

การทวงหนี้ของเงินกู้นอกระบบ เรียกได้ว่ามีหลากหลายจริง ๆ ตั้งแต่การส่งจดหมายไปที่บ้าน ที่ทำงาน การโทรศัพท์มาข่มขู่ หนักกว่านั้น ก็คือ การบุกไปทำลายข้าวของ ยึดของมีค่าไปจากบ้านลูกหนี้ ในลักษณะของการปล้น การไปยืนตะโกนด่า ทวงหนี้หน้าบ้านลูกหนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ลูกหนี้ได้รับความอับอาย แม้กระทั่งการทำร้ายร่างกายลูกหนี้ ก็เคยมีปรากฏให้เห็นมาแล้ว ซึ่งการทวงหนี้ลักษณะนี้จะไม่ปรากฏในแหล่งเงินกู้ในระบบอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่เป็นเรื่องหน้าเศร้าที่ลูกหนี้ส่วนมากมีความเจียมเนื้อเจียมตัวสูง คิดแต่ว่าเมื่อกู้เงินมาแล้ว ก็ต้องรับชะตากรรมอย่างนี้แหละ บางรายถึงกับเก็บข้าวของหนีไปจากที่อยู่เดิมเลยทีเดียว ทั้งที่ความจริงแล้วแม้เราจะมีสถานะเป็นลูกหนี้ แต่เจ้าหนี้ก็ไม่มีสิทธิจะข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย ทำลายทรัพย์สินของเรา

เพราะฉะนั้น ในบทความนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องที่ว่า หากถูกทวงหนี้ด้วยวิธีการมหาโหดและผิดกฎหมายดังกล่าวเราจะปักหลักสู้อย่างไรดี

ข้อแรก ถ้าเจอสถานการณ์ดังกล่าวสิ่งที่ต้องทำเลย ก็คือ ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ เนื่องจากพวกคดีทำลายข้าวของหรือทำร้ายร่างกายและบุกรุก เป็นคดีอาญาที่ยอมความไม่ได้ ต่อให้ทางเจ้าหนี้ข่มขู่ให้เรายอมความ แล้วเรายอมไป อย่างไรทางเขาก็ต้องถูกดำเนินคดีอยู่ดี ยิ่งถ้าเจ้าหนี้คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่แพงเกินจริงแล้วละก็ การดำเนินคดีก็จะยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น อีกทั้งการไปแจ้งความยังเป็นการรักษาสิทธิของลูกหนี้ด้วยและในกรณีที่ถูกข่มขู่ คุกคามหนัก ๆ เราก็สามารถขอร้องให้ทางตำรวจช่วยเหลือ คุ้มครองเราได้ด้วย ดีกว่าปล่อยให้เจ้าหนี้มาข่มขู่ คุกคามซ้ำ ๆ ซาก ๆ และยังเป็นการตัดวงจรอุบาทว์ไม่ให้เจ้าหนี้หน้าเลือดดังกล่าวไปเอารัดเอาเปรียบใครอีกด้วย

ข้อที่สอง ถ้าเกิดว่าถูกข่มขู่ คุกคาม คือ ต้องทำการใช้หนี้เงินกู้และหนี้จากสินเชื่อเงินสด ให้หมด อย่าคิดว่าเมื่อแจ้งความดำเนินคดีแล้วจะทำให้หนี้สินที่มีอยู่ ถูกหักลบไป เพราะถึงอย่างไรสัญญาเงินกู้ก็ยังอยู่ส่วนนี้กฎหมายจะเป็นผู้ตัดสิน หากว่าสัญญาเงินกู้นั้นมิชอบตามกฎหมายจริง ๆ อันนี้เราก็มีสิทธิที่จะไม่ใช้หนี้ได้ แต่ถ้าทางเจ้าหนี้ ผิดแค่กรณีข่มขู่ คุกคามเราเพียงอย่างเดียว การใช้หนี้เงินกู้ ก็ยังต้องเกิดขึ้น เพียงแต่อาจจะใช้แค่เงินต้นส่วนที่เหลือเท่านั้น พวกดอกเบี้ยที่แพงเกินจริงจะถูกตัดออกไป ซึ่งการใช้หนี้ให้หมดนี้จะมีข้อดีอย่างหนึ่ง คือ พันธะทางกฎหมาย ระหว่างตัวลูกหนี้กับเจ้าหนี้จะหมดไปไม่ต้องเกิดปัญหาซ้ำ ๆ ซาก ๆ อีก

การแก้ไขปัญหาการถูกข่มขู่ คุกคาม เมื่อเผลอไปใช้บริการเงินกู้มาก็จะเป็นดัง 2 ข้อข้างบนนี้ อย่าเผลอคิดไปล่ะ ว่าการหลบหนีเจ้าหนี้กับการดื้อแพ่งไม่จ่ายหนี้ เป็นการแก้ปัญหาถูกข่มขู่ อันนั้นไม่เรียกว่าแก้ แต่เรียกว่าหนีปัญหามากกว่า อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดหากไม่อยากถูกข่มขู่ คุกคาม ก็คือ อย่าไปใช้บริการแหล่งเงินกู้ที่มีประวัติไม่ดีหรือเคยถูกดำเนินคดีมาแล้ว เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกคิดอัตราดอกเบี้ยแพงเกินจริงและถูกข่มขู่ คุกคาม ข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ เมื่อได้เงินมาจากแหล่งเงินกู้แล้วก็จงขยันหมั่นเพียร หาเงินมาใช้หนี้ให้ครบทุกงวด อย่าปล่อยให้คาราคาซัง เพราะลูกหนี้บางราย เหตุที่ถูกข่มขู่ก็เพราะไม่ยอมใช้หนี้สักที เอาแต่ผัดวันประกันพรุ่งอยู่เรื่อยไปและพึงสังวรไว้ว่าตัวเราต้องทำหน้าที่เป็นลูกหนี้ที่ดีให้ได้ก่อน ผ่อนชำระเงินให้ครบตามกำหนด ถ้าไม่มีก็แจ้งเจ้าหนี้ไปว่าไม่มี อย่าผัด แล้วถ้าเกิดเจออะไรที่ไม่ชอบมาพากลก็ค่อยไปว่ากันตามกฎหมายอีกทีหนึ่ง

บัตรกดเงินสด

  • ซิตี้ เรดดี้เครดิต (Citi Ready Credit)Citi Ready Credit

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    24-28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • เคทีซี พราวด์ (KTC PROUD)KTC

    รายได้ต่อเดือน
    12,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • ธนชาต แฟลชพลัส (Thanachart FLASH Plus)Thanachart

    รายได้ต่อเดือน
    20,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี

บัตรเครดิต

  • ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม (Citi Cashback Platinum)Citi Cashback Platinum

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • ซิตี้ รีวอร์ด (Citi Rewards)Citi Rewards

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • KTC Visa PlatinumKTC

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • Citibank Loan
  • Citi Ready Credit
  • Citibank Credit Card
  • Thanachart Cash Card
  • Thanachart Credit Card
  • KTC Proud
  • KTC Credit Card
  • TMB Cash Card
  • TMB Credit Card
  • TMB Loan

กลับสู่ด้านบน