ประเภทของสินเชื่อเงินสด มีทั้งหมดกี่ประเภท

2017/02/27 10:23 AM

2.96K

ดังที่ได้ทราบกันอยู่ว่าสินเชื่อเงินสดนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทหนึ่งหรือเป็นเงินกู้ที่มีขึ้น เพื่อตอบสนองการใช้งานและความจำเป็นในด้านการเงินของลูกค้า ที่สถาบันการเงินและธนาคารมีออกมาเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องในการบริหารการเงินส่วนบุคคลนั่นเอง

หลาย ๆ ท่านอาจจะมีความสนใจในการใช้บริการขอสินเชื่อประเภทนี้กันอยู่ แต่อาจจะยังไม่ทราบถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของสินเชื่อเงินสดประเภทนี้ ว่ามีกี่ประเภทอะไรบ้างและแต่ละประเภทนั้นมีวัตถุประสงค์หรือรายละเอียดอย่างไรกันบ้าง

การทราบถึงรายละเอียดของสินเชื่อเงินสดว่าเป็นมีประเภทใดบ้างนั้น จะทำให้ผู้ที่สนใจในการขอสินเชื่อเงินสด เกิดความมั่นใจและเข้าใจในที่มาที่ไปและการนำไปเงินก้อนนี้ไปใช้ได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถเลือกประเภทของการยื่นขอสินเชื่อเงินสดได้เหมาะกับวัตถุประสงค์ส่วนตัวอีกด้วย

ประเภทของสินเชื่อเงินสด
ประเภทของสินเชื่อเงินสดนั้น โดยหลัก ๆ แล้วสามรถแบ่งออกได้เป็นทั้งหมดสองประเภท ได้แก่

1. สินเชื่องินสดที่อยู่ในรูปแบบของบัตรกดเงินสด
หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่าบัตรกดเงินสดนั่นเอง เป็นสินเชื่อหรือวงเงินก้นที่สถาบันการเงินหรือธนาคารเป็นผู้อนุมัติออกให้อยู่ในรูปแบบของบัตรที่สามารถกดเงินสดออกมาใช้ได้จากตู้กดเงินของธนาคารต่าง ๆ มีรูปแบบเหมือนกับบัตรเอทีเอ็ม โดยรายละเอียดของผู้ขอสินเชื่อประเภทนี้ ก็คือ จะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยและมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป นอกจากนั้นจะต้องมีรายได้ประจำหรือเงินเดือนอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน อย่างสม่ำเสมอ โดยวงเงินการอนุมัติสินเชื่อประเภทนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาโดยทางสถาบันการเงินหรือธนาคารผู้เป็นเจ้าของแหล่งเงิน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะอนุมัติวงเงินสูงสุดอยู่ที่ 2 หรือ 3 เท่าของรายได้ประจำ ยกตัวอย่างเช่น หากมีรายได้ประจำอยู่ที่ 15,000 บาท ทางธนาคารหรือสถาบันการเงินก็จะพิจารณาให้วงเงินกู้อยู่ที่ 30,000-40,000 บาท

อัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดนั้นจะอยู่ที่ 28% ซึ่งนับว่ามีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัตรเครดิตและค่อนข้างสูงกว่าสินเชื่อในประเภทอื่น ๆ ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการอนุมัติให้วงเงินสินเชื่อบัตรกดเงินสดเป็นความเสี่ยงที่สูงสำหรับสถาบันการเงินหรือธนาคารที่เป็นผู้อนุมัติวงเงิน เพราะในการขอสินเชื่อเงินสดผู้ยื่นของสินเชื่อประเภทนี้ไม่ต้องนำหลักทรัพย์ใด ๆ มาเป็นสิ่งค้ำปรันในการขอวงเงินกู้ทางสถาบันการเงินหรือธนาคาร จึงมีความเสี่ยงสูงในกรณีที่หนี้จะสูญหรือกรณีที่ชำระคืนล่าช้ามา

ข้อดีของการมีวงเงินสินเชื่อในรูปแบบของบัตรกดเงินสด ก็คือ ผู้ที่ได้รับอนุมัติเป็นเจ้าของบัตรกดเงินสดจะมีเงินสำรองไว้เผื่อใช้ในยามฉุกเฉิน โดยที่จะกดเงินออกมาใช้เมื่อไหร่ ที่ไหนและเวลาใดก็ได้ที่ตู้เอทีเอ็มทั่วไป เรียกได้ว่าเป็นเงินก้อนสำหรับยามฉุกเฉินที่แท้จริง ข้อดีอีกประการหนึ่ง ก็คือ เงินก้อนนี้ที่นอนนิ่งอยู่ในบัญชีหากว่าไม่มีการกดเงินออกมากเท่ากับว่ายังไม่มีการใช้เงิน ดังนั้น ดอกเบี้ยของเงินกู้ก็ยังไม่เกิดขึ้นแม้แต่น้อยด้วย แต่เมื่อใดก็ตามเมื่อมีการกดเงินสดก้อนนั้น และในการกดเงินสดจำนวนนี้ออกมาใช้นั้นก็ไม่จำป็นที่จะต้องกดออกมาทีเดียวหมดทั้งยอดการอนุมัติวงเงินที่ได้รับ เมื่อกดออกมาเพียงขั้นต่ำหรือมากกว่าขั้นต่ำจำนวนใดก็ตามแต่ทางธนาคารหรือสถาบันการเงินเจ้าของบัตรก็จะคิดดอกเบี้ยโดยคำนวณจากจำนวนเงินที่กดออกมาใช้เท่านั้น

อีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องคำนวณให้รอบคอบในการกดเงินสดจากบัตรกดเงินสดออกมาใช้ ก็คือ ระยะเวลาในการชำระคืนเงินต้นทั้งหมด เพราะสินเชื่อเงินสดประเภทนี้จะมีการคิดคำนวณดอกเบี้ยออกมาเป็นรายวัน หากกดเงินออกมาหนึ่งก้อนและใช้คืนได้ในวันที่ 50 หลังจากการกดเงินออกมาใช้แล้ว อัตราดอกเบี้ยก็จะถูกคำนวณโดยคูณด้วยจำนวน 50 วัน ตามระยะเวลาที่ได้กดเงินหรือกู้ยืมสินเชื่อจำนวนนี้ออกไปด้วยเช่นกัน ดังนั้น การกดเงินสดจากบัตรกดเงินสดจึงควรคำนึงถึงระยะเวลาในการใช้คืนเป็นรายวันนั่นเอง

2. สินเชื่อเงินสดที่อยู่ในรูปแบบของสินเชื่อส่วนบุคคล
สินเชื่อเงินสดส่วนบุคคลนั้นมีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างจากสินเชื่อแบบบัตรกดเงินสด ก็คือ เป็นเงินกู้ที่สามารถกู้ได้ในระยะยาวถึง 5 ปี เป็นสินเชื่อที่ใช้ในวัตถุประสงค์ที่ต้องการผ่อนใช้เงินคืนในระยะยาว ซึ่งอาจจะเป็นกำหนดที่ 6 เดือน 1 ปี หรือมากกว่านั้นแต่ส่วนใหญ่ทางสถาบันการเงินหรือธนาคารจะกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 5 ปี และการคำนวณดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อประเภทสินเชื่อส่วนบุคคลนี้จะคำนวณตามวงเงินที่ขอสินเชื่อ ซึ่งจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินหรือธนาคารเจ้าของเงินที่อนุมัติ โดยที่ดอกเบี้ยที่คิดคำนวณจะอยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าสินเชื่อชนิดบัตรกดเงินสด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำเงินไปใช้โดยมีโครงการการชำระคืนที่แน่นอนในระยะยาว เช่น การนำเงินสดจากสินเชื่อเงินสดส่วนบุคคลไปลงทุนในธุรกิจและกิจการต่าง ๆ ซึ่งคำนวณแล้วว่าจะนำผลกำไรส่วนหนึ่งมาชำระคืนสินเชื่อเงินสดในก้อนนี้ หรือใช้เป็นเงินฉุกเฉินที่จะสามรถผ่อนใช้เงินคืนได้ในระยะยาว

เมื่อได้ทราบรายละเอียดของประเภทสินเชื่อเงินสดกันแล้วนั้น การพิจารณาขอสินเชื่อประเภทใดก็ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์รายละเอียดให้เหมาะกับผู้ขอสินเชื่อนั่นเอง

บัตรกดเงินสด

  • ซิตี้ เรดดี้เครดิต (Citi Ready Credit)Citi Ready Credit

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    24-28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • เคทีซี พราวด์ (KTC PROUD)KTC

    รายได้ต่อเดือน
    12,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • ธนชาต แฟลชพลัส (Thanachart FLASH Plus)Thanachart

    รายได้ต่อเดือน
    20,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี

บัตรเครดิต

  • ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม (Citi Cashback Platinum)Citi Cashback Platinum

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • ซิตี้ รีวอร์ด (Citi Rewards)Citi Rewards

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • KTC Visa PlatinumKTC

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • Citibank Loan
  • Citi Ready Credit
  • Thanachart Cash Card
  • Thanachart Credit Card
  • KTC Proud
  • KTC Credit Card
  • TMB Cash Card
  • TMB Credit Card
  • TMB Loan

กลับสู่ด้านบน