สมัครบัตรกดเงินสดกับธนาคารหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคาร ดีกว่ากัน

2017/02/28 8:16 AM

1.74K

บัตรกดเงินสด เป็นบัตรที่ช่วยให้คนเราสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เมื่อเงินสดขาดมือและมีความจำเป็นต้องใช้เงินสดบัตรเหล่านี้สามารถช่วยเราได้พอสมควร แต่ในการสมัครเพื่อใช้งานจำเป็นต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่สถาบันการเงินแต่ละทีกำหนดเอาไว้เท่านั้น คือ ต้องเป็นผู้ที่มีงานประจำและมีอายุงานไม่น้อยกว่า 4 เดือนขึ้นไป มีเงินเดือนประจำอยู่ในเกณฑ์ที่แต่ละสถาบันการเงินกำหนดเอาไว้และต้องไม่มีประวัติหนี้เสียติดอยู่ที่เครดิตบูโร หากมีคุณสมบัติครบถ้วนก็สามารถยื่นขอสมัครบัตรกดเงินเพื่อนำมาใช้งานได้เลย

ในขั้นตอนการสมัครบัตรกดเงินสดเมื่อยื่นสมัครไปแล้วพร้อมทั้งแนบเอกสารเป็นที่เรียบร้อย จำเป็นต้องใช้เวลารอเพื่อรอการอนุมัติจากสถาบันทางการเงินก่อน เวลาในการรออนุมัติก็ขึ้นอยู่กับเอกสารและหลักฐานทางการเงินว่ามีความครบถ้วนมากน้อยแค่ไหน หากอยากให้การอนุมัติและการตรวจสอบที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ควรเช็คประวัติเครดิตบูโรด้วยตนเองและยื่นไปพร้อมกับเอกสารในการสมัครบัตรกดเงินเลย ทางสถาบันการเงินจะใช้เวลาในการตรวจสอบและพิจารณาไม่นานและแจ้งอนุมัติมาอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นกว่าปกติ

ปัจจุบันมีบัตรกดเงินสดทั้งของธนาคารและของผู้ประกอบการธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารให้เลือกสมัครอยู่มากมาย ทำให้หลายคนค่อนข้างสงสัยว่าจะเลือกสมัครบัตรกับสถาบันการเงินที่ไหนดีจึงจะคุ้มค่ามากที่สุดสำหรับผู้ใช้งานบัตร ในความจริงแล้วหากมองที่ส่วนของอัตราดอกเบี้ยในแต่ละปีแต่ละสถาบันการเงินจะมีดอกเบี้ยที่ไม่ค่อยแตกต่างกันสักเท่าใดนัก แต่อัตราดอกเบี้ยสูงสุดจะไม่เกิน 28% ต่อปี หากลองอ่านและทำความเข้าใจถึงดอกเบี้ยของแต่ละสถาบันการเงินก็จะช่วยให้เราสามารถเลือกบัตรที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่าที่อื่น ๆ ได้

บัตรกดเงินสดของแต่ละสถาบันการเงินจะมีทั้งที่เรียกเก็บค่าอากรแสตมป์และค่าธรรมเนียมรายปี หากสามารถเลือกบัตรที่ไม่มีการเรียกเก็บส่วนเหล่านี้ได้ก็จะช่วยให้เราสามารถผ่อนชำระหนี้ได้อย่างสบายมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกสมัครบัตรเหล่านี้ควรใช้เวลาในการเปรียบเทียบและศึกษาบัตรของแต่ละสถาบันการเงินให้ดีก่อนที่จะยื่นสมัคร เพื่อเป็นการช่วยเพิ่มความรอบคอบในการสมัครและเพื่อช่วยเพิ่มประโยชน์ของผู้ใช้งานบัตรให้มากที่สุด

การสมัครบัตรเหล่านี้ใช้งานก็เหมือนกับการยื่นขอเงินกู้เพื่อนำมาใช้งานก่อนแล้วจึงผ่อนทีหลัง เราสามารถเลือกผ่อนได้ตามความต้องการหรือความสามารถในส่วนของสภาพคล่องเราได้ จะเลือกจ่ายเป็นแบบก้อนทั้งหมดในแต่ละรอบหรือจะเลือกจ่ายเป็นส่วน ๆ ในแต่ละเดือนก็ได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าการเลือกจ่ายขั้นต่ำนั้นทำให้ดอกเบี้ยเพิ่มสูงมากยิ่งขึ้นเหมือนกับการผ่อนชำระบัตรเครดิตเลยทีเดียว แม้ว่าบัตรกดเงินสดจะสามารถยื่นสมัครและอนุมัติได้ง่ายแต่ต้องไม่ลืมว่าดอกเบี้ยนั้นสูงมากเช่นเดียวกัน การพยายามทำให้ดอกไม่เพิ่มขึ้นจะเป็นการดีที่สุด

ข้อแตกต่างของบัตรกดเงินสดที่สมัครกับทางธนาคารและผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคาร ส่วนใหญ่แล้วมีข้อแตกต่างกันไม่มากเท่าไหร่นัก แต่หากจะแตกต่างกันก็ต้องที่ฐานเงินเดือนที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะกำหนดฐานเงินเดือนที่น้อยกว่าทางธนาคาร ทำให้ผู้ที่มีรายได้ที่ไม่สามารถสมัครบัตรกับธนาคารหันมาสมัครบัตรกับผู้ประกอบการมากกว่า ผู้ที่ใช้งานสินเชื่อเงินสดเหล่านี้ต่างให้ความคิดเห็นที่ตรงกันว่าการสมัครบัตรกับทางผู้ประกอบการใช้เวลาในการอนุมัติบัตรน้อยกว่าการสมัครกับทางธนาคาร

สินเชื่อเงินสดเป็นการยื่นขอกู้เงินแบบถูกกฎหมายและมีอัตราดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด หลายคนที่คิดว่ายื่นสมัครบัตรกับสถาบันการเงินที่ไหนก็ได้เพราะไม่มีความแตกต่างกัน จึงเป็นการคิดที่ผิดเพราะมันมีข้อแตกต่างกันอยู่หลากหลายจุดแต่อาจจะเป็นจุดที่หลายคนไม่ได้สนใจ จึงมองว่าไม่ต่างกันนั้นเองหากลองมานั่งเปรียบเทียบกันดูแล้วบัตรแต่ละตัวมีข้อแตกต่างกันในส่วนของดอกเบี้ยและเงินส่วนอื่น ๆ ที่เราต้องเสียให้แก่สถาบันการเงินอยู่ไม่น้อย

การใช้งานบัตรเหล่านี้ก็มีข้อแตกต่างกันอยู่เช่นเดียวกัน ทั้งที่สามารถกดเงินสดได้ว่าจำกัดหรือไม่ว่าจะต้องกดจากที่ไหนได้บ้าง ส่วนใหญ่แล้วหากเป็นบัตรของธนาคารจะสามารถทำการกดเงินสดจากตู้ ATM ธนาคารทั่วไปได้ทั่วประเทศ แต่อาจจะมีกำหนดค่าธรรมเนียมในการกดใช้งานของตู้ที่ไม่ใช่เป็นเจ้าของบัตรโดยตรง บางธนาคารให้สามารถกดเงินได้ฟรีทุกตู้ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด แต่ในส่วนของบัตรจากผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ธนาคารอาจจะมีข้อจำกัดในการกดเงินสดมาใช้งาน เพราะอาจจะต้องกดได้แต่ตู้ของผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีผู้ประกอบการหลายเจ้าที่เริ่มพัฒนาบัตรกดเงินให้สามารถกดเงินได้จากตู้ ATM ทั่วประเทศได้แล้ว

ดังนั้น บัตรกดเงินสดไม่ว่าจะเป็นจะเป็นของธนาคารหรือผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ธนาคารก็ต่างมีข้อดีที่ไม่ต่างกัน ในส่วนของว่าที่ไหนจะดีกว่ากันนั้นต้องอยู่กับการเปรียบเทียบของผู้ใช้งาน แต่หากอยากให้แนะนำอยากจะแนะนำว่าควรเลือกบัตรที่มีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปี ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการใช้งานบัตรแต่ละครั้งหรือหากมีค่าใช้จ่ายก็ควรเปรียบเทียบให้มีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่ากันที่สุด ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบัตรเงินสดของบางธนาคารเท่านั้นที่มีครบตามที่กล่าวมา

บัตรกดเงินสด

  • ซิตี้ เรดดี้เครดิต (Citi Ready Credit)Citi Ready Credit

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    24-28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • เคทีซี พราวด์ (KTC PROUD)KTC

    รายได้ต่อเดือน
    12,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • ธนชาต แฟลชพลัส (Thanachart FLASH Plus)Thanachart

    รายได้ต่อเดือน
    20,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี

บัตรเครดิต

  • ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม (Citi Cashback Platinum)Citi Cashback Platinum

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • ซิตี้ รีวอร์ด (Citi Rewards)Citi Rewards

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • KTC Visa PlatinumKTC

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • Citibank Loan
  • Citi Ready Credit
  • Citibank Credit Card
  • Thanachart Cash Card
  • Thanachart Credit Card
  • KTC Proud
  • KTC Credit Card
  • TMB Cash Card
  • TMB Credit Card
  • TMB Loan

กลับสู่ด้านบน