คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการสมัครบัตรกดเงินสดมีอะไรบ้าง

2017/02/27 16:06 PM

2.21K

บัตรกดเงินสด เป็นสินเชื่อเงินสดประเภทหนึ่งซึ่งเปรียบเสมือนเป็นวงเงินฉุกเฉินที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินอนุมัติให้ลูกค้า ซึ่งลูกค้าของธนาคารสามารถนำเงินมาใช้ก่อน แล้วค่อยจ่ายคืนให้กับธนาคารภายหลัง มีลักษณะคล้ายเงินกู้ โดยผู้ใช้บัตรต้องจ่ายคืนเงินที่กดไปพร้อมกับดอกเบี้ยให้แก่ธนาคาร

ดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าบัตรเครดิต เนื่องจากตอนที่สมัครบัตรกดเงินไม่ต้องมีทรัพย์สินไปค้ำประกันกับธนาคารและไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกันด้วย จึงเป็นเหตุให้มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 20 – 28% ต่อปี ดอกเบี้ยจะเริ่มคำนวณตั้งแต่วันแรกของการกดเงินสดออกมาใช้จนถึงวันที่คืนเงิน โดยดอกเบี้ยจะคิดแบบเป็นรายวัน ดังนั้น หากผู้ใช้บัตรมีเงินควรรีบนำเงินไปคืนธนาคารเพื่อไม่ให้ดอกเบี้ยเป็นภาระมากเกินไป

ส่วนบัตรเครดิตเป็นบัตรที่ธนาคารออกให้ผู้สมัครโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้สามารถรูดบัตรซื้อสินค้าและบริการก่อน และนำเงินไปชำระคืนให้กับธนาคารภายในระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย โดยปกติรอบชำระเงินของบัตรเครดิตอยู่ที่ประมาณ 45 วัน หากเกินจากวันชำระเงินที่กำหนดผู้ใช้บัตรเครดิตจะต้องชำระดอกเบี้ยในการคืนเงินล่าช้าให้แก่ธนาคารและผู้ถือบัตรเครดิตยังมีค่าธรรมเนียมรายปีที่ต้องชำระให้กับธนาคารด้วย ข้อดีของบัตรเครดิต คือ ผู้ถือบัตรไม่ต้องพกเงินสดไปไหนครั้งละมาก ๆ ทำให้ไม่เกิดอันตรายจากมิจฉาชีพ

หากผู้ขอสมัครบัตรกดเงินไม่ได้กดเงินสดออกมาใช้จะไม่มีการเสียดอกเบี้ย หรือค่าธรรมเนียมใดใดทั้งสิ้น บัตรกดเงินมีความแตกต่างจากบัตรเครดิตรงที่ลูกค้าสามารถขอวงเงินกู้ได้ตามที่ต้องการ และสามารถผ่อนชำระคืนได้โดยมีการกำหนดระยะเวลาในการคืนเงินนานกว่าบัตรเครดิต นอกจากนี้ บัตรเครดิตไม่ได้ออกมาเพื่อจุดประสงค์ในการให้ลูกค้ากดเงินสดออกมาใช้ จึงมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน บัตรกดเงินมีข้อดีที่สมัครง่าย ได้รับการอนุมัติเร็วและไม่ต้องมีบุคคลหรือทรัพย์สินค้ำประกัน

ข้อเสียของบัตรกดเงินสด คือ อัตราดอกเบี้ยที่สูงมากถึง 20 – 28% ต่อปี เนื่องจากการสมัครง่าย อนุมัติเร็วและไม่ต้องมีบุคคลหรือทรัพย์สินมาค้ำประกัน ทำให้ธนาคารต้องเสี่ยงในการอนุมัติเงินให้ลูกค้าใช้ก่อน ธนาคารจึงต้องคิดค่าความเสี่ยงในอัตราที่สูง ข้อเสียอีกข้อของบัตรกดเงิน คือ มีการกำหนดให้ชำระขั้นต่ำได้ ครั้งละ 3 – 5 % ของยอดหนี้ทำให้ผู้กดเงินสดสามารถชำระเงินคืนเป็นจำนวนเงินที่น้อยและยังคงเหลือหนี้กับธนาคารในจำนวนที่มาก ทำให้ผู้กดเงินสดมีเงินต้นและดอกเบี้ยที่ต้องชำระมากขึ้น เนื่องจากดอกเบี้ยถูกคำนวณเป็นรายวันและคิดทบต้นทบดอกทุกวัน

คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการสมัครบัตรกดเงินสด ได้แก่
– ผู้ที่มีรายได้ประจำและมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาทขึ้นไป/เดือน
– หากเป็นผู้ที่มีธุรกิจส่วนตัว ธุรกิจต้องมีรายได้สุทธิตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป/เดือน
– ผู้มีรายได้ประจำมีอายุระหว่าง 22 – 60 ปี
– ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัวมีอายุระหว่าง 22 – 65 ปี
– ผู้สมัครมีอายุการทำงานไม่น้อยกว่า 4 เดือน
– ผู้สมัครต้องมีสัญชาติไทย
– ผู้สมัครต้องมีเบอร์โทรศัพท์ที่ธนาคาร หรือสถาบันการเงินสามารถติดต่อได้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน
*คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการสมัครบัตรกดเงินอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและรายละเอียดของแต่ละธนาคาร

สำหรับสิทธิประโยชน์ของบัตรกดเงินสดขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารเป็นหลัก โดยทั่วไปจะให้วงเงินสำหรับกดเงินสูงถึง 5 เท่าของรายได้ และมีการกำหนดไว้ไม่ให้สูงเกินกว่า 1.5 ล้านบาท มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมในการกดเงินสดล่วงหน้า ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปี ตลอดชีพ เป็นต้น บัตรกดเงินมีช่องทางในการชำระเงินคืนมากมายหลายช่องทาง ทำให้ผู้ใช้บัตรได้รับความสะดวก รวดเร็วและไม่ต้องเสียเวลา

นอกจากนี้ บัตรกดเงินยังใช้ง่ายสามารถกดเงินได้จากตู้เอทีเอ็มของทุกธนาคารทั่วประเทศและทั่วโลก สามารถกดเงินสดได้สูงสุดถึง 200,000 บาทต่อวัน และสามารถกดได้ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถเลือกชำระเงินได้ตามความต้องการของลูกค้า เช่น ชำระแบบเต็มจำนวน ชำระแบบผ่อนจ่าย หรือชำระแบบขั้นต่ำ หากผู้สมัครบัตรกดเงินไม่ได้กดเงินออกมาใช้ ธนาคารจะไม่คิดดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ

บัตรกดเงินสดจึงมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการใช้เงินสดในกรณีฉุกเฉิน กดออกมาใช้แล้ว เมื่อมีเงินควรรีบนำไปชำระคืนทันที หากไม่จำเป็นต้องใช้เงินไม่ควรกดเงินสดออกมาใช้ เนื่องจากมีอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างแพง อัตราดอกเบี้ยคิดตามวงเงินที่ธนาคารอนุมัติให้แก่ผู้สมัคร เช่น
– วงเงินอนุมัติตั้งแต่ 80,000 บาทขึ้นไป ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 27 ต่อปี
– วงเงินอนุมัติตั้งแต่ 80,0001 – 240,000 บาท ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 24 ต่อปี
– วงเงินอนุมัติตั้งแต่ 240,001 บาทขึ้นไป ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อปี
*ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าบริการและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารเป็นผู้กำหนด อาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อย

เนื่องจากบัตรกดเงินสดเป็นสินเชื่อเงินสดประเภทหนึ่ง ผู้สมัครได้รับเงินกู้จากธนาคารและมีอัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายคืนให้กับธนาคาร ดังนั้น ผู้สมัครควรกดเงินออกมาใช้ยามฉุกเฉินหรือมีความจำเป็นจริง ๆ ไม่ควรกดใช้พร่ำเพรื่อใช้ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยหรือกดใช้สำหรับจ่ายบัตรเครดิต นอกจากจะทำให้ผู้ใช้บัตรขาดวินัยทางการเงินแล้ว ยังทำให้มีปัญหาทางการเงินภายหลังอีกด้วย

บัตรกดเงินสด

  • ซิตี้ เรดดี้เครดิต (Citi Ready Credit)Citi Ready Credit

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    24-28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • เคทีซี พราวด์ (KTC PROUD)KTC

    รายได้ต่อเดือน
    12,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • ธนชาต แฟลชพลัส (Thanachart FLASH Plus)Thanachart

    รายได้ต่อเดือน
    20,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี

บัตรเครดิต

  • ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม (Citi Cashback Platinum)Citi Cashback Platinum

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • ซิตี้ รีวอร์ด (Citi Rewards)Citi Rewards

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • KTC Visa PlatinumKTC

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • Citibank Loan
  • Citi Ready Credit
  • Citibank Credit Card
  • Thanachart Cash Card
  • Thanachart Credit Card
  • KTC Proud
  • KTC Credit Card
  • TMB Cash Card
  • TMB Credit Card
  • TMB Loan

กลับสู่ด้านบน