ดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทใดบ้างที่นำมาหักลดหย่อนภาษีได้

2017/02/28 9:47 AM

1.63K

ภาษีเป็นสิ่งที่ทุกคนจำเป็นต้องเสียทั้งทางตรงและทางอ้อม สำหรับผู้ที่มีรายได้ต่อปีถึงกำหนดหรือเกินกว่ากำหนดจะต้องยื่นเสียภาษีเงินได้ส่วนบุคคล แต่ภาษีเงินได้ก็ยังสามารถทำการลดหย่อนได้อยู่เสมอไม่จำเป็นจะต้องจ่ายทั้งหมดตามที่ถูกเรียกเก็บ ดอกเบี้ยเงินกู้บางประเภทก็สามารถใช้ในการลดหย่อนภาษีได้เพื่อช่วยทำให้การจ่ายภาษีลดน้อยลงได้ แต่ไม่ใช่ว่าดอกเบี้ยทุกประเภทจะสามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ทั้งหมด

ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยสามารถใช้ในการลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาท หากเป็นการกู้ร่วมสามารถแบ่งดอกเบี้ยให้เท่ากันกับผู้กู้ร่วมและนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้แต่ไม่เกิน 100,000 บาท เช่นเดียวกัน แต่ในส่วนของดอกเบี้ยตัวอื่น ๆ เช่น บัตรกดเงินสด สินเชื่อเงินสดและอื่น ๆ แม้จะเป็นแบบถูกกฎหมายก็ไม่สามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้เหมือนการกู้ยืมเพื่อที่พักอาศัย หากไม่มีการกู้ยืมเพื่อที่พักอาศัยก็ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้

แต่การลดหย่อนภาษีก็สามารถนำเอาสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันที่มีค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษได้เช่นเดียวกัน ไม่เพียงแค่ดอกเบี้ยเงินกู้เท่านั้น เพราะค่าใช้จ่ายส่วนตัวก็สามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ ค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวที่มีคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ก็สามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ ค่าเลี้ยงดูบิดา มารดาที่อยู่ในวัยเกษียณไม่ได้ทำงานแล้วก็สามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ ค่าเลี้ยงดูและค่าการศึกษาของบุตรก็สามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ และยังมีอีกหลากหลายค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้

สินเชื่อเงินสดที่ให้ผู้ขอสินเชื่อมีบัตรกดเงินสดเอาไว้กดเงินเพื่อนำมาใช้จ่าย แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในเงินกู้ที่ถูกกฎหมายและได้รับการอนุมัติมาจากสถาบันการเงินต่าง ๆ อีกทั้งยังมีดอกเบี้ยที่สูงและได้รับความนิยมในการใช้งานของผู้คนในยุคปัจจุบัน แต่ดอกเบี้ยไม่สามารถใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ ดังนั้น ในการใช้งานจำเป็นต้องระมัดระวังและศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ให้ดีก่อนที่จะยื่นขอสินเชื่อเพื่อความคล่องตัวในการใช้เงินและเพื่อไม่เป็นการสร้างหนี้สินที่เกินตัวเกินไป

อีกทั้งบัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยแม้จะเปรียบเหมือนกับการปล่อยเงินกู้ไปพร้อมกับสิทธิ์พิเศษที่มากกว่าบัตรที่ใช้ในการกดเงินสดมาใช้งาน ดอกเบี้ยของบัตรแต่ละประเภทก็ใช่ว่าจะถูกกว่าบัตรประเภทอื่น ๆ สักเท่าใด ก็ไม่สามารถนำดอกเบี้ยมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ สินเชื่อเพื่อการซื้อรถยนต์ก็ไม่สามารถใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ บางคนยังไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องของภาษีจนไม่คิดที่จ่ายภาษีแต่เมื่อถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังมาอาจจะทำให้ต้องตกใจกับเงินภาษีที่ตนเองต้องเสียได้พอสมควร

ดังนั้น ควรทำการศึกษาเรื่องภาษีเอาไว้ให้มากหากมีรายได้ที่สูงในแต่ละปีเพื่อที่จะได้เข้าไปทำการเสียภาษีอย่างถูกกฎหมาย พร้อมทั้งยังสามารถนำเอารายจ่ายของตนเองไปใช้ในการลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย โดยเฉพาะผู้ที่มีสินเชื่อเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยและกำลังทำการผ่อนที่พักอาศัยอยู่ สามารถนำไปยื่นเพื่อขดลดหย่อนภาษีให้น้อยลงมาได้ถึงหลักแสนและยังมีอีกหลากหลายอย่างที่สามารถช่วยลดหย่อนภาษีลงมาได้หลักหลายหมื่นไปจนถึงหลักแสนเช่นเดียวกัน หากลองยื่นขอลดหย่อนภาษีในแต่ละปีดูแต่ละรายจ่ายของเราจะช่วยให้เราจ่ายภาษีที่น้อยลงได้แบบง่าย ๆ

หลายคนที่ใช้งานบัตรที่สามารถกดเงินสดได้หรือบัตรเครดิตอาจจะเคยเข้าใจว่าดอกเบี้ยของบัตรเหล่านี้ใช้ในการลดหย่อนภาษีได้แต่ในความจริงแล้วการลดหย่อนภาษีก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น ไม่ใช่ว่าเราเป็นหนี้อะไรที่มีดอกเบี้ยแล้วจะสามารถนำไปยื่นลดห่อนภาษีได้ทั้งหมด หน้าที่การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของคนเราทุกคนอยู่แล้วแต่การที่จะต้องมานั่งเสียภาษีเป็นเงินจำนวนมากก็อาจจะทำให้เกิดความลำบากสำหรับหลาย ๆ คนได้ การเลือกที่จะศึกษาและทำความเข้าใจกับการเสียภาษีเอาไว้ย่อมเป็นการดีที่สุดสำหรับทุกคน

หากไม่มั่นใจว่ารายได้ของตนเองอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีหรือไม่ ก็สามารถทำการยื่นแบบสอบถามเข้าไปยังกรมสรรพากร เพื่อตรวจสอบว่าตัวเราเองนั้นต้องเสียภาษีเงินได้หรือเปล่าเพื่อเป็นการปกกันการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ซึ่งอาจจะเป็นเงินก้อนใหญ่มากหากถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังขึ้นมาจึงต้องควรระวังเอาไว้ให้มากที่สุด และต้องจำให้ดีว่าดอกเบี้ยของสินเชื่อแต่ละประเภทไม่สามารถนำเอามาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ทั้งหมด แต่หากยังไม่แน่ใจก็สามารถทำการสอบถามเรื่องการลดหย่อนภาษีได้จากทางกรมสรรพากรหรือเข้าไปเช็ครายละเอียดได้จากเว็บของกรมสรรพากรที่เปิดให้บริการในโลกออนไลน์แล้วในปัจจุบัน

เงินกู้เป็นเหมือนดาบสองคมที่หากนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์และใช้อย่างระมัดระวังก็ช่วยทำให้สภาพคล่องทางการเงินของคนเราดีขึ้น และดอกเบี้ยของการกู้ยืมบางประเภทยังสามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้มากพอสมควร แต่หากใช้จ่ายอย่างไม่ระวังและไม่มีแบบแผนในการใช้จ่ายเงินก็อาจจะทำเกิดหนี้เสียและกลายเป็นหนี้เพิ่มพูนได้ภายในเวลาไม่นาน ก่อนจะทำการกู้ยืมหรือยื่นขอสินเชื่อใด ๆ ก็ตามควรสำรวจที่ความเหมาะสมในการใช้งานและเลือกที่สามารถทำการผ่อนชำระที่ไหวเท่านั้น หากไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใดก็ไม่ควรทำให้ตนเองเป็นหนี้ไม่ว่าจะหนี้อะไรก็ตาม

บัตรกดเงินสด

  • ซิตี้ เรดดี้เครดิต (Citi Ready Credit)Citi Ready Credit

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    24-28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • เคทีซี พราวด์ (KTC PROUD)KTC

    รายได้ต่อเดือน
    12,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • ธนชาต แฟลชพลัส (Thanachart FLASH Plus)Thanachart

    รายได้ต่อเดือน
    20,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี

บัตรเครดิต

  • ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม (Citi Cashback Platinum)Citi Cashback Platinum

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • ซิตี้ รีวอร์ด (Citi Rewards)Citi Rewards

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • KTC Visa PlatinumKTC

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • Citibank Loan
  • Citi Ready Credit
  • Citibank Credit Card
  • Thanachart Cash Card
  • Thanachart Credit Card
  • KTC Proud
  • KTC Credit Card
  • TMB Cash Card
  • TMB Credit Card
  • TMB Loan

กลับสู่ด้านบน