เงินกู้สินเชื่อเงินสดแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน VS แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

2017/02/27 13:38 PM

2.85K

เมื่อเรามีความต้องการใช้เงินสดและต้องการกู้เงินกับธนาคาร ธนาคารจะมีเงินกู้อยู่ 2 ประเภทให้เราเลือก ก็คือ เงินกู้แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันและเงินกู้แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เงินกู้แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันก็จะเป็นพวกบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลหรือบัตรกดเงินสด ส่วนเงินกู้แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันก็จะเป็นสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ เป็นต้น

เนื่องจากเงินกู้ที่มีบ้าน รถยนต์หรือทรัพย์สินอย่างอื่นมาค้ำประกันกับธนาคาร ทำให้ธนาคารให้เงินกู้กับลูกค้าแบบมีความเสี่ยงน้อยลง เพราะหากกรณีลูกค้าไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้คืนได้ ธนาคารก็สามารถยึดเอาหลักทรัพย์ที่มาค้ำประกันไว้นี้ไปขายเพื่อบังคับชำระหนี้ ดอกเบี้ยเงินกู้แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันจึงมีอัตราที่ต่ำกว่าเงินกู้แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันและโดยมากเงินกู้แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันนี้จะมีวงเงินที่สูงกว่าด้วย

สำหรับเงินกู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลหรือบัตรกดเงินสดนั้น เป็นเงินกู้ที่อนุมัติง่ายกว่าไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ธนาคารมีความเสี่ยงมากกว่าหากลูกค้าไม่ชำระหนี้คืน เพราะไม่มีทรัพย์สินอะไรที่จะบังคับขายเพื่อนำมาชำระหนี้ได้ เงินกู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันนี้โดยมากธนาคารจะจำกัดความเสี่ยงไว้ โดยให้วงเงินที่ไม่มากนัก อย่างที่เห็นมากสุดก็ 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน ส่วนอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากมีความเสี่ยงมากธนาคารก็จะต้องคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูง อย่างสินเชื่อส่วนบุคคลหรือบัตรกดเงินสดที่อนุมัติง่าย คนมีรายได้เดือนละไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาทก็สามารถสมัครได้ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารคิดจึงคิดสูงสุดได้ถึง 28% ต่อปีเลยทีเดียว

เงินกู้แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่เป็นบ้านหรือรถยนต์ ธนาคารจะมีวัตถุประสงค์ในการให้เงินกู้เพื่อให้ลูกค้านำเงินกู้ไปซื้อบ้านหรือรถยนต์ไม่ว่าจะใหม่หรือมือสองมาใช้ แต่นอกเหนือไปจากเงินกู้ประเภทที่ว่าแล้วยังมีเงินกู้อีกประเภทหนึ่งที่เป็นสินเชื่อเงินสดที่สามารถนำรถยนต์ที่เราใช้งานอยู่มาเปลี่ยนเป็นเงินสดเพื่อนำไปใช้จ่ายได้ที่เราได้ยินกัน Car for Cash, My Car My Cash, สินเชื่อรถแลกเงิน ฯลฯ เงินกู้ประเภทนี้ที่จริงก็คล้ายกับสินเชื่อส่วนบุคคลเพียงแต่มีหลักทรัพย์มาค้ำประกันเป็นรถยนต์เท่านั้น ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ลูกหนี้ต้องจ่ายนั้นต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลเนื่องจากธนาคารมีความเสี่ยงน้อยกว่า หากลูกหนี้มีปัญหาก็ยังมีรถยนต์ให้ยึดไปขายเพื่อชำระหนี้ได้เช่นกัน

สินเชื่อเงินสดรถแลกเงินนี้ต่างจากสินเชื่อรถยนต์แบบปกติตรงเรื่องของวัตถุประสงค์ในการใช้เงินกู้ สินเชื่อเงินสดแลกเงินจะมีวัตถุประสงค์ให้เงินกู้กับผู้ที่มีรถอยู่แล้ว สามารถนำรถมาแลกเป็นเงินสดเพื่อไปใช้จ่ายในเรื่องต่าง ๆ ได้ ในขณะที่สินเชื่อรถยนต์แบบปกติจะเป็นการให้เงินกู้เพื่อนำไปซื้อรถยนต์มาใช้

ยกตัวอย่างสินเชื่อเงินสด My Car My Cash ของธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ชูจุดเด่นในเรื่องของการอนุมัติไว ใน 1 วัน ให้วงเงินสูงสุดถึง 2 ล้านบาท เลือกผ่อนคืนได้นานถึง 60 เดือน อัตราดอกเบี้ยที่คิดก็อยู่ที่ 10% ต่อปี สำหรับรถยนต์อายุการใช้งานไม่เกิน 9 ปี และ 17% ต่อปี สำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไป และลูกค้าสามารถใช้งานรถยนต์ที่นำมาเป็นหลักประกันได้ต่อไป สำหรับรถยนต์ที่จะนำมาแลกเป็นเงินได้นั้นจะต้องปลอดภาระหนี้ คือ หากผ่อนก็ต้องผ่อนหมดเรียบร้อยแล้ว อายุการใช้งานของรถยนต์ต้องไม่เกิน 13 ปี ธนาคารรับเฉพาะรถเก๋ง รถกระบะและรถตู้เท่านั้น และรถยนต์ต้องจดทะเบียนเป็นชื่อบุคคลธรรมดา คุณสมบัติของผู้สมัครเงินกู้ My Car My Cash นี้จะต้องมีอายุ 20-60 ปี ต้องมีสัญชาติไทยมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย และเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่ปลอดจากหนี้และภาระผูกพัน เรื่องเอกสารที่ใช้ในการสมัครนอกเหนือไปจากเอกสารปกติที่ใช้สมัครสินเชื่อส่วนบุคคลแล้ว ก็จะต้องมีสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์และหากมีทำประกันไว้อยู่แล้วก็ให้ยื่นกรมธรรม์ประกันภัยฉบับจริงด้วย

จะเห็นว่าหากมีรถยนต์แล้วขอเงินกู้เป็นสินเชื่อเงินสดข้อดี ก็คือ ได้รับอนุมัติง่าย ส่วนดอกเบี้ยแม้จะไม่ได้ถูกนักแต่ก็ถูกกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลหรือบัตรกดเงินสดที่คิดสูงสุดที่ 28% ต่อปี ดังนั้น เราต้องการใช้เงินด่วนเป็นกรณีฉุกเฉินและเรามีรถยนต์อยู่ในเลือกขอเงินกู้แบบรถยนต์แลกเงินก็ย่อมดีกว่าสินเชื่อบุคคล ทั้งในเรื่องของการอนุมัติที่เร็วและดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าด้วย และเราสามารถเลือกขอเงินกู้ได้แค่ที่เราต้องการไม่จำเป็นต้องเต็มวงเงินที่ธนาคารจะให้ก็ได้

ธนาคารหรือบริษัทหลายแห่งก็มีเงินกู้ประเภทสินเชื่อเงินสดบ้านแลกเงินนี้ อย่างไทยพาณิชย์ก็มี My Car My Cash, ทิสโก้มีทิสโก้ออโต้แคช, ธนชาตมีธนชาติรถแลกเงิน, กสิกรไทยมีรถช่วยได้ ฯลฯ แต่ละแห่งก็มีเงื่อนไขหลักเกณฑ์การให้เงินกู้รวมถึงดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไป หากเรามีรถยนต์ที่ปลอดภาระหนี้อยู่และต้องการใช้เงินด่วนแบบจำเป็นจริง ๆ ก็สามารถใช้รถยนต์ของเราในการกู้เงินได้ด้วยรถแลกเงินนี้ โดยหากเปรียบเทียบกับสินเชื่อเงินสดแบบอื่น เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลหรือบัตรกดเงินสดก็ย่อมดีกว่าอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะได้รับอนุมัติเร็วทันความเร่งด่วนที่จะต้องใช้เงินสดแล้ว ยังมีดอกเบี้ยต่อปีที่ถูกกว่าด้วย

บัตรกดเงินสด

  • ซิตี้ เรดดี้เครดิต (Citi Ready Credit)Citi Ready Credit

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    24-28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • เคทีซี พราวด์ (KTC PROUD)KTC

    รายได้ต่อเดือน
    12,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
  • ธนชาต แฟลชพลัส (Thanachart FLASH Plus)Thanachart

    รายได้ต่อเดือน
    20,000 บาท
    ดอกเบี้ยต่อปี
    ไม่เกิน 28%
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี

บัตรเครดิต

  • ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม (Citi Cashback Platinum)Citi Cashback Platinum

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • ซิตี้ รีวอร์ด (Citi Rewards)Citi Rewards

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี*
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • KTC Visa PlatinumKTC

    รายได้ต่อเดือน
    15,000 บาท
    ค่าธรรมเนียมรายปี
    ฟรี
    อายุคะแนนสะสม
    ไม่มีวันหมดอายุ
  • Citibank Loan
  • Citi Ready Credit
  • Citibank Credit Card
  • Thanachart Cash Card
  • Thanachart Credit Card
  • KTC Proud
  • KTC Credit Card
  • TMB Cash Card
  • TMB Credit Card
  • TMB Loan

กลับสู่ด้านบน